กลยุทธ์ในการเลี้ยงลูกยุคปัจจุบันให้ก้าวทันโลกยุคหน้า

17 December 2018
68273 view


เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเลี้ยงลูกจึงต้องก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ ถึงแม้ใครหลายคนจะบอกว่าการเลี้ยงลูกไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะเด็กแต่ละคนมีความแตกต่าง แต่…
Mamaexpert เชื่อว่าการเลี้ยงลูกออกแบบและวางแผนได้ ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะออกแบบและวางแผนการเลี้ยงลูกให้พบกับความสำเร็จในอนาคตนั้น ต้องเริ่มจากการโฟกัสให้ตรงจุด ส่งเสริมรอบด้านทั้ง IQ EQ และครอบคลุมทักษะทั้ง8ด้าน

8ทักษะเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคต

  1. สมาธิจดจ่อ
  2. อดทนรอคอย
  3. รู้จักแก้ปัญหา
  4. จดจำนำมาใช้
  5. สื่อสารเข้าใจ
  6. ริเริ่ม สร้างสรรค์
  7. เข้าสังคมได้
  8. มีคุณธรรม

เมื่อคุณแม่ทราบกันแล้วว่า ทักษะสำคัญ8ด้านมีอะไรบ้าง ให้คุณพ่อคุณแม่นำทั้ง8ทักษะข้างต้นนี้ ไปออกแบบอนาตคลูกตามกลยุทธ์ที่ mamaexpert นำมาฝาก ดังนี้

กลยุทธ์ขั้นพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้สู่โลกยุคหน้า


1.กลยุทธ์การเพิ่มต้นทุนสมอง


กล่าวได้ว่าสมองคืออวัยวะสำคัญของการเรียนรู้ สมองยังเป็นจุดศูนย์รวมในการสั่งการและควบคุมอวัยวะต่างๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว การมองเห็น การเรียนรู้ด้านภาษา พฤติกรรม อารมณ์
ซึ่งต้นทุนสมองของเด็กแต่ละคนมากน้อยไม่เท่ากัน การเพิ่มต้นทุนสมองของลูกให้มากขึ้น เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำ เพราะหากลูกมีต้นทุนสมองที่สูงนั้น จะช่วยให้ลูกสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาหารที่ช่วยเพิ่มต้นทุนสมองได้อย่างดีเยี่ยมก็คือ นมแม่ เพราะนมแม่อุดมไปด้วย DHA และ MFGM หรือ Milk Fat Globule Membrane เป็นเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันกว่า 150 ชนิด ทำหน้าที่ช่วยสร้างปลอกไขมันหุ้มเส้นใยสมอง (Myelin Sheath) ช่วยเพิ่มความเร็วในการรับส่งสัญญาณประสาท จากงานวิจัยล่าสุดโดย

ศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ เคลกฮอร์น ผู้อำนวยการสถาบัน Institute of Health & Biomedical Innovation for Child Health Research Centre of Queensland University of Technology ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ทำให้เราสามารถเติม MFGM ในผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กได้ นับเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่

2.กลยุทธ์เสริมสร้างIQให้แข็งแรง


Intelligence Quotient ( IQ )
คือ ความสามารถทางเชาวน์ปัญญา ซึ่งรวมไปถึงการคิด การเชื่อมโยง การใช้เหตุผล การคำนวณ คนที่มีระดับไอคิวสูงจะเป็นคนเก่งมีสมองรับรู้ว่องไว เรียนหนังสือเก่ง พ่อแม่ทุกคนจึงปรารถนาให้ลูกมีไอคิวสูง แม้ศักยภาพทางสมองนั้นเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ไม่ง่ายนักแต่หากโฟกัสให้ตรงจุดด้วยทักษะที่เหมาะสม จะสามารถส่งเสริมให้ลูกมี IQ ดีได้ ทักษะที่ว่า ได้แก่

1.ทักษะการมีสมาธิจดจ่อ (Sustain Focus)

สมาธิเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ทุกสิ่ง เพราะสมาธิมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสมองส่วนหน้า ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ ความจำ การมีเหตุมีผล และการแก้ปัญหา หากไม่มีสมาธิ เด็กก็เรียนรู้ได้ไม่ดี อย่างเด็กที่มีปัญหาสมาธิสั้นก็นับว่าเป็นหนึ่งในปัญหาการเรียนรู้ การมีสมาธิที่ตั้งมั่น มีจิตใจที่จดจ่อ นับเป็นคุณลักษณะพื้นฐานที่สำคัญของกระบวน การเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ คุณแม่สามารถพัฒนาIQ จากกิจกรรมเหล่านี้ค่ะ ได้แก่

  • ต่อบล็อก
  • อ่านนิทานด้วยกัน
  • เล่นปิดตาฟังเสียง
  • สร้างบรรยากาศในบ้านที่สงบ ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน
  • โยนบอลลงตะกร้า
  • ต่อจิ๊กซอว์

สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยให้ลูกมีไอคิวที่ดีได้ และคุณแม่ควรทำอย่างต่อเนื่อง เด็กที่มีสมาธิจดจ่อดี ดูได้จากการที่เขาสามารถทำงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายหรืองานในความรับผิดชอบได้เสร็จและงานนั้นออกมาเรียบร้อย

2.ทักษะจดจำนำมาใช้ (Good Memory)

ความจำ เป็นทักษะที่สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นได้ โดยอาศัยความสนใจและสมาธิ การสังเกตและเด็กที่มีสมาธิที่ดีจะสามารถจดจำสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี การเชื่อมโยง รวมทั้งการทำซ้ำๆ เสริมสร้างIQจากทักษะจดจำนำมาใช้ ได้แก่

  • สร้างกิจวัตรที่แน่นอน  
  • ชวนเก็บของเล่น
  • ดูภาพฝึกความจำ ทายปัญหาทวนความจำ
  • ท่องคำคล้องจอง
  • เล่านิทาน ตั้งคำถามสิ่งที่พบ
  • เล่นเกมจับคู่ เล่นดูภาพ เล่นเกมหาของใต้ถ้วย
  • ร้องเพลงพัฒนาความจำ

กิจกรรมที่ทำซ้ำๆ บ่อยๆ สมองเด็กจะสร้างเป็นความจำขึ้นมา หากต้องการให้ลูกจดจำเรื่องใด ก็ต้องหมั่นให้เขาทำเรื่องนั้นซ้ำๆ  สมองของเขาก็จะจดจำ และพูดออกมาให้รู้ในที่สุด

3.ส่งเสริมทักษะริเริ่มสร้างสรรค์ (Initiative)

เด็กที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มักประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก เพราะความคิดของเด็กกลุ่มนี้จะแปลกใหม่ หลากหลาย ไม่ซ้ำใครการฝึกให้ลูกใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นการช่วยปลุกสมองลูกให้ตื่น ยิ่งใช้งานอย่างต่อเนื่องเซลล์สมองจะยิ่งเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ กระตุ้นIQ จากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทำได้โดย

  • ตั้งคำถามจากธรรมชาติรอบตัว  
  • ทำงานศิลปะ  
  • ให้ลูกเล่นอย่างอิสระ
  • ทำของเล่นเอง

สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรพลาด คือ ไม่สกัดกั้นความคิดต่างของลูกด้วยคำว่า “อย่า” และ “ห้าม” ยกเว้นสิ่งนั้นเป็นอันตรายและผิดกฎกติกาของสังคม ก็จะทำให้ลูกคิดเป็น สนุก ท้าทายที่จะคิดอย่างสร้างสรรค์และหลากหลาย

4.ทักษะการสื่อสารเข้าใจ (Good Communication)

การสื่อสารคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ปัจจุบันการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว การฝึกทักษะด้านการสื่อสารให้แตกฉาน สื่อสารให้คนอื่นเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะบอกได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการทางภาษาและการสื่อสารที่ดี เสริมสร้างIQจากการสื่อสารทำได้ไม่ยาก เช่น

  • อ่านหนังสือให้ลูกฟัง  
  • สอนศัพท์ลูกด้วยบัตรคำ
  • เล่นเกมทำตามคำสั่ง
  • ฟังและตอบคำถามลูก
  • ฝึกลูกเล่าเรื่องสั้นๆ

ง่ายๆแต่ได้ IQ เพิ่มทุกกิจกรรม ในยุคที่การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว คนที่สามารถสื่อสารสิ่งที่ตนเองคิดและต้องการให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างดี รวมทั้งเข้าใจสารที่ผู้อื่นส่งมา จะช่วยให้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น ลดความขัดแย้งระหว่างกัน และประสบความสำเร็จในโลกยุคหน้าได้ไม่ยาก

5.ทักษะรู้จักแก้ปัญหา (Problem Solving)

การคิดแก้ปัญหาเป็นการคิดเชื่อมโยงของสมอง โดยการนำประสบการณ์มาคิดวิเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหา ยิ่งเกิดปัญหาซับซ้อนมากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาที่ดี ให้กับเด็กได้มากขึ้น เสริมสร้าง IQ จากทักษะการรู้จักแก้ปัญหาพ่อแม่ทำได้โดย

  • มอบหมายงานบ้านให้ทำ
  • ให้ช่วยเหลือตัวเอง
  • สร้างอุปสรรคให้ลูกแก้
  • ตั้งโจทย์ให้ลูกแก้ สร้างสถานการณ์ให้ลูกแก้  
  • ทำของเล่นเอง  
  • เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นกับคนอื่น

เพราะเด็กที่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาได้สำเร็จตั้งแต่เด็ก จะเป็นแรงผลักดันให้เขาเกิดแรงจูงใจที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่ยากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3.กลยุทธ์เสริมสร้าง EQ ให้แข็งแกร่ง


Emotional Quotient
 (EQ)
หรือความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการเข้าใจและจัดการอารมณ์ ทั้งยังสามารถจัดการกับอารมณ์ทางลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วย เช่น ความกลัว และความวิตกกังวล ทำให้สามารถใช้ชีวิต ในช่วงสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีความสุข นักวิจัยและนักจิตวิทยาค้นพบว่า เด็กๆ จำเป็นต้องมีสัดส่วนระหว่าง IQ และ EQ ทีอดี เพื่อบ่มเพาะให้เค้ากลายเป็นผู้ใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จและเก่งรอบด้าน ซึ่งทักษะสำคัญที่ช่วยส่งเสริม EQ ให้กับลูก ได้แก่

1.ทักษะการเข้าสังคมได้ (Social skills)

เด็กที่มีทักษะทางด้านสังคมที่ดี จะสามารถอยู่กับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข การเข้าสังคมของเด็กจะฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น เห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีทักษะการเข้าสังคม รู้จักระมัดระวังคำพูด รู้ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ รู้กาลเทศะ การสร้างความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ ความสามารถในการโน้มน้าว ชักจูงให้ผู้อื่นคล้อยตามความคิดเห็นหรือร่วมมือด้วย คุณแม่สามารถส่งเสริม E.Q จากทักษะทางสังคม ได้แก่

  • พาลูกร่วมกิจกรรมต่างๆ ส่งเสริมให้ลูกกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม
  • เล่นสนุก ความสุขของลูกจากการเล่นเป็นความสุขแบบสนุกสนานเพลิดเพลิน ช่วยมีจิตใจร่าเริงแจ่มใส มีพื้นฐานอารมณ์ดี
  • สอนลูกทำตามกฎกติกา รู้จักปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
  • ไม่ตามใจลูก สอนลูกให้รู้จักควบคุมอารมณ์
  • ให้ลูกออกไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆ เรียนรู้ผู้คนใหม่ๆเพื่อให้เข้าใจอารมณ์ และความรู้สึกของผู้อื่น

2.ทักษะทนรอคอย (Self-regulation)

อดทน รอคอยพื้นฐานสำคัญของอารมณ์ โลกยุคหน้าความฉลาดทางวิชาการอาจไม่ใช่สิ่งชี้วัดความสำเร็จอีกต่อไป เนื่องจากทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ไม่ต่างกัน สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้เท่ากัน แต่คนที่รู้จักอดทน รอคอย ยับยั้งชั่งใจได้ เผชิญความยากลำบากได้ รู้จักเวลาที่สมควรต่างหากที่จะประสบความสำเร็จ คุณแม่สามารถเพิ่ม EQจากทักษะการทนรอคอยได้จากกิจกรรมเหล่านี้

  • เล่นบทบาทสมมุติเรื่องรอคอย
  • พาลูกทำกิจกรรมนอกบ้าน
  • เล่นสนุกกับงานบ้าน

3.ทักษะมีคุณธรรม (Integrity)

การฝึกทักษะให้ลูกรู้จัก “ผิด ชอบ ชั่ว ดี” เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาการเรียนรู้ คุณแม่สามารถส่งเสริมลูกในเรื่องเหล่านี้

  • ปลูกฝังจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม สอนลูกให้ไม่เอาของเล่นเพื่อนมาเป็นของตัวเอง ไม่นำของเล่นที่โรงเรียนกลับมาบ้าน สอนลูกทิ้งขยะลงถังเสมอ ไม่ส่งเสียงดังในที่สาธารณะ
  • ฝึกลูกรู้จักเอื้อเฟื้อแบ่งปัน เมื่อลูกยอมแบ่งปันให้ชมเขาว่าน่ารัก มีน้ำใจที่แบ่งปันของเล่นให้คนอื่น เพื่อเป็นแรงเสริมให้เขาอยากแบ่งปันต่อไป
  • ไม่รังแกคนอื่น คุณแม่ต้องสอนลูกไม่ให้รังแกเพื่อน ไม่ตีเพื่อน ไม่แย่งของเล่น รวมทั้งไม่รังแกสัตว์ด้วย


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กลยุทธ์ในการเลี้ยงลูกให้ก้าวทันโลยุคหน้า โม่ยากแค่โฟกัสทักษะให้ตรงจุดเท่านั้นเอง อย่าลืมนะคะอนาคตลูกออกแบบได้ แต่จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่คุณพ่อคุณแม่คอยส่งเสริมทั้งพลังสมอง พลังปัญญา การจัดการกับอารมณ์รวมถึงความฉลาดทางจริยธรรมด้วย วันนี้เริ่มกันเลยนะคะ Mamaexpert เป็นกำลังใจให้ทุกบ้านค่ะ

สนับสนุนโครงการ 8 ทักษะเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคต โดยเอนฟาโกร เอพลัส เรียนรู้เพิ่มเติมที่ www.enfababy.com/enfa8skills

บทความที่เกี่ยวข้อง