RSV โรคระบาดในหน้าฝนแม่ๆ รู้กันหรือไม่???

24 July 2019
934 view

RSV

ในช่วงฤดูฝน โรคระบาดช่วงนี้มีหลายโรคเลยค่ะ หนึ่งในนั้นที่กำลังมาแรงคือ RSV ที่เป็นทีไร หนักหนาเอาการ แต่หลายคนเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดของ RSV วันนี้เรามาทำความรู้จักโรค RSV นี้กันค่ะ RSV เป็นโรคจากเชื้อไวรัส ย่อมาจาก Respiratory syncytial virus ก่อให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กทั่วโลกเลยค่ะ

RSV มีอาการแบบไหนแม่ๆ สังเกตได้อย่างไร

ในช่วงแรก RSV จะเหมือนไข้หวัดทั่วไปค่ะ มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก ในผู้ใหญ่หรือเด็กโตมักอาการไม่รุนแรงและหายได้เองแต่ในเด็กเล็ก (อายุน้อยกว่า 2 ขวบ) มักจะอาการหนักรุนแรงขึ้น เนื่องจากทางเดินหายใจเล็ก ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือมีโรคประจำตัวเช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง ยิ่งมีความเสี่ยงมากค่ะ

อาการที่รุนแรงในเด็กเล็ก ได้แก่ ไข้สูง ไอแรง หอบเหนื่อยมาก หายใจดังวี้ดๆ หรือครืดคราดในลำคอ มีเสมหะและน้ำมูกเยอะมาก บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนเช่น หูอักเสบ ไซนัส หรือปอดติดเชื้อซ้ำซ้อน ทำให้อาการยิ่งรุนแรงได้ค่ะ

RSV ติดต่อได้อย่างไรแม่ๆ ต้องรู้

เชื้อ RSV อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย ของเด็กป่วยค่ะ หลายครั้งที่เด็กป่วยจาม เจ้าละอองขี้มูกนี้สามารถพ่นเป็นฝอยๆ อยู่ในอากาศ และตกอยู่ตามสิ่งแวดล้อม เช่น ของเล่นต่างๆ ได้นานหลายชั่วโมง พอลูกของเราหายใจสูดเอาละอองเหล่านี้เข้าไป หรือไปเล่นของเล่นที่ปนเปื้อนเชื้อ แล้วเอามือแคะจมูก หรือเข้าปาก ลูกของเราก็จะได้รับเชื้อ RSV เข้าสู่ร่างกายค่ะ

RSV เป็นแล้วเป็นอีกได้ไหมแม่ๆ รับมือได้อย่างไร

สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกค่ะ หากร่างกายอ่อนแอ เมื่อเป็นแล้วควรหยุดเรียน หรือหยุดไปเนอร์สเซอรี่จนกว่าไอจามน้ำมูกจะหาย หรืออย่างน้อย 5-7 วันค่ะ

RSV เป็นแล้วต้องรักษาและป้องกันตามนี้

ข่าวไม่ดีเท่าไร คือ RSV ไม่มียาฆ่าเชื้อที่รักษาจำเพาะได้ค่ะ และไม่มีวัคซีนป้องกันด้วย ทำให้ต้องรักษาตามอาการเท่านั้น เช่น การให้ออกซิเจน การล้างจมูก ดูดน้ำมูกและเสมหะ การพ่นยา 

ส่วนการป้องกันเบื้องต้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ดังนี้ค่ะ

  • ล้างมือบ่อยๆ ทั้งมือของคุณ และลูกน้อย
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปชุมชนหรือสถานที่แออัด โดยเฉพาะในช่วงที่โรคระบาด
  • ทำความสะอาดบ้าน รวมทั้งของเล่นเด็ก เป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เนื่องจาก การสูดดมควันบุหรี่ ทำให้เด็กมีโอกาสติด RSV ได้มากกว่า และอาจรุนแรงกว่าเด็กปกติค่ะ
  • ดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีคนในบ้านไม่สบาย หรือเป็นหวัด ควรแยกคนอื่นๆที่ไม่ป่วยออก โดยเฉพาะเด็กเล็ก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อค่ะ 

บทความโดย: พญ.พรนิภา ศรีประเสริฐ (กุมารแพทย์)

ติดตามเรื่องเด็กๆ by หมอแอม ตอบทุกปัญหาเกี่ยวกับเด็ก
ในรูปแบบ VDO "ทุกวันพฤหัสบดี" ได้ที่ ช่อง youtube : Mamaexpert official

บทความที่เกี่ยวข้อง