วิธีแปรงฟัน ให้ลูกอย่างถูกต้อง ทำความสะอาดหมดจด ป้องกันฟันผุได้ดี

02 March 2022
985 view

วิธีแปรงฟัน ให้ลูกอย่างถูกต้อง

.

.

การดูแลรักษาความสะอาดให้กับลูกน้อยจัดเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญในอันดับต้น ๆ จากลิสต์การเลี้ยงดูลูกน้อยทั้งหมด การทำความสะอาดก็รวมทั้งเส้นผม ร่างกาย รวมถึงฟันของลูกน้อยด้วย เนื่องจากฟันของคนเราจะมี 2 ชุด คือ ฟันแท้และฟันน้ำนม คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่าค่อยดูแลเอาใจใส่และทำความสะอาดฟันในกรณีที่เป็นฟันแท้เท่านั้น แต่อันที่จริงแล้วคุณพ่อคุณแม่ควรหันมาใส่ใจการดูแลทำความสะอาดฟันของลูกน้อยตั้งแต่เป็นฟันน้ำนมกันเลย โดยวันนี้เราก็จะมาแนะนำ วิธีแปรงฟัน ให้กับลูกน้อยกัน ต้องทำอย่างไรนั้นไปดูกันเลย

วิธีแปรงฟัน ให้ลูกอย่างถูกต้อง ทำอย่างไร

ในความเป็นจริงแล้วนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มแปรงฟันเด็กได้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ กันเลย เพื่อให้ช่องปากเกิดความสะอาด ลดการสะสมของคราบอาหาร (ในส่วนของเด็ก ๆ ก็มักเป็นคราบน้ำนม) และช่วยลดกลิ่นปากของเด็ก ๆ ได้ด้วย สำหรับ วิธีแปรงฟันเด็กเราก็ขอแยกตามช่วงวัยย่อย ๆ ดังนี้

  1. ช่วงวัย 1 – 3 ขวบ จะเป็นช่วงที่ลูกน้อยมักเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้นในวัยนี้คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกน้อยได้ลองฝึกจับแปรงสีฟัน และเริ่มแปรงฟันเลียนแบบตามท่าทางของคุณพ่อคุณแม่ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามเด็กในวัยนี้ยังไม่สามารถบ้วนปากได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงยังต้องช่วยลูกน้อยดูแลความสะอาดของช่องปากอีกรอบ อาจใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดแล้วทำการแปรงหรือเช็คคราบยาสีฟัน และดูแลความสะอาดในช่องปากให้แก่ลูกน้อยหลังลูกน้อยแปรงฟันด้วยตัวเองในทุกครั้ง
  2. ช่วงวัย 4 – 5 ขวบ เป็นช่วงวัยที่ลูกน้อยสามารถบ้วนน้ำได้แล้วโดยส่วนใหญ่ ในวัยนี้คุณพ่อคุณแม่ควรสอนวิธีแปรงฟันอย่างถูกต้องให้ลูกน้อย โดยวิธีแปรงฟันเด็กนั้นจะแตกต่างจากวิธีแปรงฟันของผู้ใหญ่อยู่บ้าง โดยวิธีแปรงฟันนี้คุณพ่อคุณแม่แค่ให้ลูกน้อยขยับแปรงสีฟันในแนวนอนซึ่งเป็นแนวเดียวกับฟันเป็นเส้นตรงสั้น ๆ นับจำนวนบนล่างซ้ายขวาข้างละ 15 – 20 ครั้ง วิธีแปรงฟันเด็กนี้จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถเริ่มทได้ด้วยตัวเอง แล้วคุณพ่อคุณแม่เพียงตรวจเช็คความสะอาดอีกรอบเท่านั้น อาจมีการแปรงฟันให้ซ้ำบ้างในบางครั้ง

เลือกใช้ยาสีฟันแบบไหน

แน่นอนว่าส่วนของยาสีฟันจัดเป็นอุปกรณ์ที่สามารถดึงดูดใจให้ลูกน้อยรักการแปรงฟันได้มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกยาสีฟันให้กับลูกน้อย ดังนี้

  1. ยาสีฟันควรมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุในลูกน้อยได้เป็นอย่างดี ปริมาณฟลูออไรด์ที่เหมาะสมในยาสีฟันสำหรับเด็กควรอยู่ที่ 1,000 ppm
  2. สีสันของยาสีฟันควรสดใส ถูกใจเพื่อเป็นตัวดึงดูดให้ลูกน้อยมีนิสัยรักการแปรงฟัน
  3. รสชาติของยาสีฟันเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามาคู่กับยาสีฟันเด็ก ๆ เพราะรสชาติยาสีฟันที่ดึงดูดใจก็จะช่วยให้ลูกน้อยเกิดความอยากแปรงฟัน อย่างไรก็ตามบางครั้งรสชาติที่อร่อยถูกปากมักทำให้ลูกน้อยกลืนหรือกินได้ ในส่วนนี้คุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย

แปรงสีฟันสำหรับเด็กควรเป็นอย่างไร

อุปกรณ์สำหรับการแปรงฟันอีกหนึ่งสิ่งที่อยู่คู่กับยาสีฟันแบบขาดไม่ได้เลย ก็คือ แปรงสีฟันนั่นเอง ในส่วนนี้คุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องเป็นผู้เลือกให้กับลูกน้อยในเบื้องต้น เริ่มตั้งแต่

  1. ขนแปรงนุ่มถึงนุ่มพิเศษเพราะเด็กในวัย 1 – 5 ปี จะยังมีฟันไม่เต็มปาก ดังนั้นขนแปรงก็จะไปโดนเหงือกได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกขนแปรงที่นุ่มจนไม่สามารถทำลายเหงือกของลูกน้อยได้
  2. แปรงสีฟันมีด้ามจับที่ถนัดมือของลูกน้อยไม่ใหญ่ หรือ ลื่น จนทำให้ลูกน้อยไม่สามารถใช้วิธีแปรงฟันตามที่คุณพ่อคุณแม่สอนไปได้
  3. ขนาดของแปรงสีฟันต้องเหมาะสมกับขนาดของช่องปากของลูกน้อย ไม่ใหญ่จนเกิดไปจนคับปาก หรือ ไม่เล็กจนทำให้ลูกน้อยต้องใช้เวลาแปรงฟันเพื่อให้ทั่วถึงนานจนเกินไป

เรื่องที่แม่ควรรู้ กับการทำความสะอาดฟันลูก

การทำความสะอาดฟันของลูกน้อยยังมีเรื่องเล็ก ๆ ที่เหล่าคุณพ่อคุณแม่ควรทราบไว้ดังนี้

  1. ในการเลือกซื้อยาสีฟัน คุณพ่อคุณแม่ควรดูปริมาณฟลูออไรด์เสมอเพราะข้อกำหนดปริมาณฟลูออไรด์ในแต่ละประเทศไม่เท่ากัน หากคุณพ่อคุณแม่เลือกซื้อยาสีฟันเด็กมาจากต่างประเทศก็อาจจะได้รับปริมาณฟลูออไรด์ที่มากกว่าที่ผลิตในไทย ซึ่งบางครั้งก็เกินกับความจำเป็นที่ลูกน้อยควรได้รับในช่วงวัย
  2. การทำความสะอาดฟันให้ลูกน้อยนั้นไม่ควรบังคับมากเกินไป เพราะจากความรักความชอบจะทำให้เป็นการต่อต้านและลูกน้อยไม่ชอบการแปรงฟันในที่สุด

วิธีแปรงฟัน รวมถึงการเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันให้ลูกน้อยอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณมีสุขภาพช่องภาพที่ดี มีฟันที่สะอาดหมดจด ไม่มีการสะสมของกลิ่นปากหรือแบคทีเรีย ซึ่งจะนำไปสู่สภาวะฟันผุได้ นอกจากนี้การเริ่มต้นสอนลูกน้อยตั้งแต่ยังเล็กอย่างเข้าใจจะช่วยให้ลูกน้อยของคุณมีนิสัยรักการแปรงฟันและรักความสะอาดได้ ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อลูกน้อยในอนาคตนั่นเอง

บทความแนะนำเพิ่มเติม

1. คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับฟันลูกน้อย

2. ลูกไม่ยอมแปรงฟัน ทำอย่างไรให้ลูกชอบแปรงฟัน

3. อาการที่บ่งบอกว่าลูกน้อยของคุณจะมีฟันขึ้นแล้ว

เรียบเรียงโดย : Mamaexpert Editorial Team

บทความที่เกี่ยวข้อง