กรวยไตอักเสบ โรคที่ไม่ควรมองข้าม รีบเช็กอาการเตือนด่วน

26 May 2026
5 view

กรวยไตอักเสบ เป็นภาวะที่เกิดจากการติดเชื้อในบริเวณกรวยไต ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหากไม่รักษาอย่างทันท่วงที อาการที่ควรระวังได้แก่ ปวดหลัง ปัสสาวะเป็นเลือด มีไข้สูง และอ่อนเพลีย ซึ่งหากพบอาการเตือนกรวยไตอักเสบเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะไตวายเรื้อรังและโรครุนแรงอื่นๆ รวมถึงควรดูแลสุขภาพไตอย่างถูกวิธี และตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงและรักษาสุขภาพไตให้แข็งแรงได้ในระยะยาว

กรวยไตอักเสบ คืออะไร?

โรคกรวยไตอักเสบ คือ ภาวะที่เนื้อเยื่อบริเวณกรวยไตเกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินปัสสาวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียจากเลือดและสร้างปัสสาวะ เมื่อเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น E. coli เข้าสู่ทางเดินปัสสาวะ จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวด และอาจทำให้ไตทำงานผิดปกติได้ ถ้าไม่รักษาโดยเร็ว อาจลุกลามเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไตวาย ได้

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง (Causes & Risk Factors)

สำหรับ สาเหตุกรวยไตอักเสบ และปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อยๆ ก็มีดังต่อไปนี้

  • การติดเชื้อแบคทีเรียจากทางเดินปัสสาวะ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ กรวยไตอักเสบ เกิดขึ้น เชื้อเข้าสู่ทางเดินปัสสาวะแล้วลุกลามขึ้นไปยังไต
  • ภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น เช่น โรคเบาหวาน ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง รวมถึงนิ่วในไต ที่อุดตันและเป็นแหล่งเพาะเชื้อ
  • พฤติกรรมเสี่ยง เช่น ดื่มน้ำน้อย ทำให้ปัสสาวะน้อยและเชื้อแบคทีเรียอยู่ในทางเดินนานขึ้น ไม่รักษาความสะอาดส่วนตัว เช่น ไม่ล้างอวัยวะเพศให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงการใส่เสื้อผ้าที่อับชื้นหรือคับแน่น ก็เป็นอีกปัจจัยที่เสี่ยงโรคนี้เช่นกัน

อาการเตือนของโรคกรวยไตอักเสบ

หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ สามารถสังเกต อาการกรวยไตอักเสบ ได้ดังนี้

  • ปวดท้องด้านหลังหรือเอวอย่างรุนแรง เป็นอาการที่บ่งบอกว่าไตอักเสบรุนแรงขึ้น
  • มีไข้และหนาวสั่น ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีการติดเชื้อในร่างกาย
  • ปัสสาวะเป็นสีขุ่น มีกลิ่นเหม็น หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • ปวดขณะปัสสาวะ รู้สึกแสบร้อนในทางเดินปัสสาวะ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และรู้สึกไม่สบาย
  • คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งอาจเป็น อาการเตือนกรวยไตอักเสบ จากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะขั้นรุนแรง

การวินิจฉัยและตรวจสอบโรค

การวินิจฉัยและตรวจสอบโรคกรวยไตอักเสบ เริ่มจากแพทย์จะสอบถามอาการและประวัติสุขภาพอย่างละเอียด จากนั้นจะทำการตรวจร่างกาย เช่น การคลำท้องและหลัง เพื่อตรวจหาอาการผิดปกติ แล้วจะใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยวินิจฉัย เช่น

  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อดูเชื้อแบคทีเรีย เม็ดเลือดขาว หรือสารผิดปกติที่บ่งบอกว่ามีการอักเสบในไต
  • การตรวจเลือด เพื่อดูระดับเซลล์เม็ดเลือดขาวและการทำงานของไต
  • การตรวจภาพ เช่น เอกซเรย์หรืออัลตราซาวด์ไต เพื่อดูความผิดปกติหรือก้อนนิ่ว

การรักษาและดูแลตัวเองเมื่อเป็น กรวยไตอักเสบ

การรักษาและดูแลตัวเองเมื่อเป็น กรวยไตอักเสบ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้หายเร็วและป้องกัน ภาวะแทรกซ้อนกรวยไตอักเสบ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ดังนี้

  1. รับยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน แม้จะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม
  2. ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยล้างเชื้อและลดการอักเสบ ควรดื่มอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้เต็มที่
  4. รักษาความสะอาดส่วนตัว เช่น ล้างอวัยวะเพศให้สะอาด หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น
  5. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรืออาหารที่มีสารกระตุ้น เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน
  6. หากมีไข้หรืออาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

การป้องกันโรคกรวยไตอักเสบ

การป้องกันกรวยไตอักเสบ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ โดยเริ่มจากการรักษาสุขภาพทางเดินปัสสาวะให้ดี เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยล้างเชื้อแบคทีเรียออกจากทางเดินปัสสาวะ หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนานๆ เพราะเป็นการให้เชื้อแบคทีเรียเติบโตในทางเดินปัสสาวะ พยายามรักษาความสะอาดส่วนตัว เช่น ล้างอวัยวะเพศให้สะอาดและแห้งหลังเข้าห้องน้ำ สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายและไม่อับชื้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าคับแน่นเป็นเวลานาน ควรระวังเรื่องโรคเบาหวานและนิ่วในไต เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ง่ายขึ้น หากมีอาการผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ทันที

บทสรุป

กรวยไตอักเสบ โรคนี้อาจพบได้ง่าย ดังนั้นควรดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี หลีกเลี่ยงสาเหตุที่อาจจะก่อให้เกิดอาการอักเสบได้ ที่สำคัญควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติอยู่เสมอ ถ้ามีแนวโน้มที่จะป่่วยเป็นโรคนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1.กรวยไตอักเสบสามารถหายเองได้ไหม?

โดยปกติแล้วกรวยไตอักเสบไม่สามารถหายเองได้ ควรได้รับการรักษาด้วยยาและดูแลตัวเองอย่างถูกต้องจากแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

2.ถ้ารักษาไม่หาย จะเกิดอะไรขึ้น?

หากไม่รักษาหรือละเลยอาการ อาจทำให้เชื้อแพร่ลามไปยังเนื้อไตและทำให้เป็นเรื้อรัง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรังได้

3.ใครบ้างที่เสี่ยงกรวยไตอักเสบ?

กลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้ที่มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน นิ่วในไต หรือผู้ที่ไม่รักษาความสะอาดส่วนตัว รวมถึงคนที่ดื่มน้ำน้อย และใส่เสื้อผ้าคับแน่นเป็นเวลานานด้วย

  • No tag available